News & Events

17 Jun 2026
Storage Asia and Blue Whale Complete KPNREIT Investment in i-Store Sukhumvit 71 with THB 60 Million Transaction, Pioneering a New Investment Model for Thailand’s Self Storage Industry

Storage Asia Public Company Limited (“Storage Asia” or “i-Store”) and Blue Whale Asset Co., Ltd. (“Blue Whale Asset”), the REIT manager of KPN Property REIT (“KPNREIT”), have successfully completed an investment transaction in the i-Store Self Storage Sukhumvit 71 project. On 15 June 2026, the asset transfer and leasehold registration were completed, with a total investment value of THB 60 million.

Under the transaction, KPNREIT has acquired the leasehold rights of the i-Store Sukhumvit 71 property and purchased the related operating assets. The leasehold rights have a term of 30 years from the registration date, providing KPNREIT with a stable long-term income stream while further diversifying its investment portfolio.

The Sukhumvit 71 opened in May 2022 as i-Store’s third branch, has demonstrated strong operating performance. The facility achieved an occupancy rate of 80% within its first year of operation and has consistently maintained occupancy above 80% thereafter. The branch offers a wide range of storage unit sizes from 0.72 to 25 square metres, enabling it to serve a diverse customer base, including individual customers, corporate clients, Thai residents, and expatriates.

This transaction marks a significant milestone for Thailand’s self storage industry, representing the first time that self storage assets have been successfully incorporated into a Real Estate Investment Trust (REIT) structure in the country. The transaction highlights the growing recognition of self storage as an alternative real estate asset class capable of generating stable and recurring long-term returns for investors.

The investment also aligns with KPNREIT’s strategy of expanding into new asset classes with strong growth potential. At the same time, Storage Asia will be able to utilize the proceeds from the transaction to support future branch expansion, develop new projects, and accelerate the growth of its self storage platform to meet increasing market demand.

Today, i-Store is one of Thailand’s leading self storage operators, with 13 locations across Bangkok. The company continues to expand its network to serve both individual and business customers seeking secure, convenient, and professionally managed storage solutions.

Beyond its commercial value, this transaction demonstrates institutional investor confidence in the long-term potential of the self storage sector and establishes a new model for asset monetisation within the industry. By enabling stabilised self storage assets to access capital market investment structures, the transaction creates a pathway for sustainable business growth and future industry development in Thailand.

06 Feb 2020
“Self-Storage” ธุรกิจดาวรุ่ง ตู้เซฟคนกรุง…!!

 เมื่อบริบทสังคมเปลี่ยน สอดคล้องพฤติกรรมคนเมืองนิยมอยู่คอนโดมากขึ้น แจ้งเกิดธุรกิจน้องใหม่ “Self-Storage” ห้องเก็บของส่วนตัว แก้ Pain Point ข้อจำกัดพื้นที่คนเมืองกรุง ที่ทุนน้อย-ใหญ่ โดดฮุบโอกาสธุรกิจนี้ !!

          “พื้นใช้สอยมีอย่างจำกัด!!” กำลังเป็นปัญหาสำหรับคนกรุง บ่งชี้ผ่าน “คนยุคใหม่” ที่นิยมเลือกที่อยู่อาศัยที่เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอันดับแรก หนีปัญหารถติด ตัวเลือกดังกล่าวหนีไม่พ้น “คอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมือง” ตามเส้นทางแนวรถไฟฟ้าหลากสาย

          ทว่าได้อย่าง-เสียอย่าง! เนื่องจากคอนโดกลางเมืองราคาแพงระยับ มักมากับข้อจำกัดของพื้นที่ใช้สอย ไม่เหลือพื้นที่ให้เก็บสิ่งของใช้สอยหรือของสะสม อาทิ รองเท้า ไวน์ เหล้า กระเป๋าแบรนด์เนม หรือแม้แต่รถหรู เป็นต้น

สถานการณ์ดังกล่าว ผลักดันให้เกิดธุรกิจน้องใหม่ เพื่อเข้ามา “แก้ปัญหา” (Pain Point) ให้กับคนเมืองกรุง นั่นคือ ธุรกิจ“บริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สิน”(Self-Storage) ตัวช่วยตอบสนองความต้องการของคนเมืองที่ต้องการพื้นที่เก็บสิ่งของเพิ่มขึ้น

ธุรกิจนี้เดิมคนไทยรู้จักในวงจำกัด ปัจจุบันกำลังแพร่หลาย เห็นได้จากผู้ประกอบการไทยหลายรายโดดมาเล่นในสนามนี้ เช่น บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD ร่วมทุนกับบริษัท Store It! Management จากประเทศสิงคโปร์ รุกธุรกิจ Self-Storage ในไทย โดยปัจจุบันได้เปิดให้บริการ Self-Storage แล้ว 2 สาขา

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรที่ครอบคลุมทั่วโลก ต่อมาได้ขยายธุรกิจมาเปิด LEO Self Storage ด้วยระบบ Smart Security & Key card ที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุด เข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ติดถนนพระราม 3 เป็นต้น

สอดคล้องกับ “ภักดี อนิวรรตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินระดับพรีเมียมของไทย เล่าให้กรุงเทพธุรกิจ BizWeek” ฟังว่า ในปี 2560 มีจำนวนผู้เล่นในธุรกิจ Self-Storage เพียง 5 ราย ผ่านมา 1 ปี พบว่ามีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมา “เป็น 11 ราย” ในพื้นที่ให้บริการ 15 โลเคชั่น ในกรุงเทพฯ รวมพัทยา , ภูเก็ต , อุดรธานี และหัวหิน โดยส่วนใหญ่จะให้บริการกับผู้ประกอบการต่างชาติ

เนื่องจากในต่างประเทศธุรกิจ Self-Storage เป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของโลกที่ประชากรพักอาศัยอยู่ในคอนโดในเขตเมืองที่มีพื้นที่จำกัด และมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่เก็บสิ่งของ

อย่างในสหรัฐอเมริกา พฤติกรรมคนอเมริกัน นิยมเปลี่ยนที่อยู่ปล่อย หรือ สไตล์ไม่นิยมเก็บสิ่งของไว้ในบ้านแม้จะพอมีพื้นที่ โดยเฉพาะสิ่งของที่ไม่จำเป็น หรือนานๆนำกลับมาใช้ที ส่วนประเทศที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เป็นต้น ทำให้หันมาให้ความสนใจใช้บริการธุรกิจนี้

เขายังบอกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรม Self-Storage เมืองไทยขยายตัวสูงอยู่ที่ 10% ขึ้นไป หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 2 แสนตารางเมตร แต่คาดว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า พื้นที่เช่าอาจจะเพิ่มเป็น 4 แสนตารางเมตร (เทียบกับประชากร 10 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร)

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สตอเรจ เอเชีย ย้อนให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ Self-Storage เกิดจากคำแนะนำของเพื่อนที่เป็นสถาปนิกที่อยู่แวดวงอสังหาฯมองเห็นโอกาสธุรกิจนี้ ที่สำคัญในขณะนั้นเมืองไทยยังแทบไม่มีผู้ประกอบทำธุรกิจนี้

“ผมลองเข้าไปศึกษาดูว่าธุรกิจนี้มีรูปแบบเป็นยังไง ลองเข้าไปเป็นลูกค้าใช้บริการ Self-Storage ในสิงคโปร์ ว่าขั้นตอนการทำธุรกิจเป็นแบบไหน ให้บริการลูกค้าแบบใดบ้าง คิดค่าบริการยังไง วิธีการเลือกโลเคชั่นแบบไหนถึงตรงกลุ่มเป้าหมาย และสิ่งที่อยากรู้คือทำไมคนถึงเลือกมาใช้บริการ Self-Storage”

เขา บอกว่า หลังจากเข้าไปศึกษา เห็นว่าในเมืองไทยธุรกิจ Self-Storage เป็นธุรกิจเพิ่มเริ่มต้น จึงตัดสินใจนำรูปแบบธุรกิจกลับมาปรับใช้ในไทย ผ่าน “ปัจจัยบวก” ในเรื่องของจำนวนคอนโดในกรุงเทพฯที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ประกอบกับคนรุ่นใหม่ๆ นิยมการเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น

“ราคาคอนโดที่แพงขึ้นมาก ยิ่งเฉพาะในเขตเมือง หรือ ในทำลทองจำนวนพื้นที่ใช้สอยในห้องก็ต้องลดลงเหลือแค่ 20-30 ตารางเมตร (ห้อง Studio) มองว่าพื้นที่แค่นี้ไม่น่าจะพอกับกับสิ่งของจำนวนมาก ยิ่งเฉพาะหากมีครอบครัวมีลูกด้วย ธุรกิจ Self-Storage จะเป็นตัวที่ไปแก้ pain point การใช้ชีวิตให้กับคนยุคใหม่ที่นิยมอาศัยอยู่ตามคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด”

ขณะที่อีกหนึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ “ลูกค้าต่างชาติ” ที่มาทำงานในไทย ที่อาจจำเป็นต้องย้ายสถานที่ทำงานบ่อยๆ เช่น ย้ายจากกรุงเทพฯ ไปพัทยา หรือ ย้ายจากกรุงเทพฯไปภูเก็ต ซึ่งลูกค้าดังกล่าวย่อมต้องการเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ประจำ ประกอบกับกลุ่มต่างชาติเขาเคยใช้บริการในธุรกิจ Self-Storage ในประเทศเขามาแล้ว จึงเคยชินและรู้จักธุรกิจเป็นอย่างดี โดยบริษัทกำลังโฟกัสไปยังลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น จากสัดส่วนปัจจุบันเกิน 50% แต่ว่าคนไทยอนาคตเชื่อว่ามีโอกาสที่จะมาเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของบริษัทได้เช่นกัน

ปัจจุบันลูกค้านิยมเก็บของ อาทิ ของใช้ส่วนตัว เฟอร์นิเจอร์ ของเล่นเด็ก ของสะสม และสินค้าออนไลน์ เป็นต้น

แม้ว่าธุรกิจ Self Storage จะเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในไทย แต่คนยุคใหม่ส่วนใหญ่ที่นิยมอาศัยอยู่ในคอนโด , อพาร์ทเม้นต์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องเช่าห้องเก็บของส่วนตัวไว้เพื่อลดปัญหาข้อจำกัดของพื้นที่เก็บของ ทำให้มองว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตได้อีกมาก เขาเชื่อมั่น

สำหรับ “สตอเรจ เอเชีย” ลักษณะธุรกิจแบ่งเป็น 4 แบบ ประกอบด้วย

1.บริการห้องเก็บของส่วนบุคคล (Personal Storage) หากคุณต้องการเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยด้วยการจัดเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้บ่อยครั้ง หรือกำลังจะเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย ให้ i-Store Self Storage เป็นตัวช่วยในการจัดการจัดเก็บสิ่งของเหล่านั้น ลูกค้าสามารถเก็บสิ่งของได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีขนาดห้องตั้งแต่ 0.5 ตร.ม. จนถึง 18 ตร.ม. ทำให้ลูกค้าเลือกขนาดห้องได้ตามความต้องการของลูกค้า

2.บริการห้องเก็บของสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (Business Storage) การจัดการพื้นที่จัดเก็บของ หรือสต็อกสินค้า สำหรับอาคารสำนักงานเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการเข้าถึงโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งเรื่องทำเล ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงสินค้า ต้องเดินทางสะดวก ทำเลที่ตั้งของ i-Store Self Storage ตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ BTS, MRT และ สามรารถเข้าออกได้ตลอด 24 ชม.

3.บริการห้องเก็บไวน์ (Wine Storage) ไวน์เป็นทรัพย์สินที่มีค่าและเป็นการลงทุนที่ต้องการการจัดเก็บที่เหมาะสมเพื่อให้ได้คุณค่าและคงรสชาติของไวน์ ที่ i-Store บริการเช่าพื้นที่เก็บของ เราเข้าใจถึงความสำคัญของการเก็บไวน์ที่ถูกต้อง ซึ่งห้องเก็บไวน์ของเราได้ออกแบบเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าไวน์ของคุณจะถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

4.BOX STORAGE (Box Storage) i-Store Go Box Storage คือบริการรับฝากกล่องเก็บของส่วนตัว โดยลูกค้าสามารถสั่งกล่องเพื่อบรรจุสิ่งของได้ผ่านทาง www.i-storego.com โดยจะมีเจ้าหน้าที่ i-Store Man นำกล่องสีน้ำเงินส่งให้ลูกค้าถึงบ้าน และเมื่อลูกค้าบรรจุสิ่งของลงในกล่องเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ i-Store Man จะนำกล่องมาเก็บไว้ใน Store อย่างปลอดภัย โดยมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

บริษัทมีสาขาและพื้นที่ให้บริการ มี 2 สาขา คือ สีลม และสุขุมวิท 24 ปัจจุบันอัตราการใช้พื้นที่เช่าของบริษัท แบ่งเป็นสีลมอยู่ที่ 60% และสุขุมวิท 24 เปิดมา 5 เดือน อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 40% โดยลูกค้าทำสัญญาเช่าส่วนใหญ่มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป

โดย มีอัตราค่าเช่าพื้นที่ แบ่งเป็น 1.บริการห้องเก็บของส่วนบุคคล เริ่มต้นที่ 900 บาทต่อเดือน สำหรับห้องขนาด 0.5 ตารางเมตร 2.บริการห้องเก็บของสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ เริ่มต้นที่ 1,500 บาทต่อเดือน สำหรับห้องขนาด 1 ตารางเมตร 3.บริการห้องเก็บไวน์ เริ่มต้นที่ 3,000 บาทต่อเดือน สำหรับห้องขนาด 1.5 ลูกบาศก์เมตร 4.BOX STORAGE 250 บาทต่อกล่องต่อเดือน

เขาบอกว่า ในแผนธุรกิจบริษัทตั้งเป้าขยายสาขาปีละ 3-4 แห่ง และขยายผ่านแฟรนไซส์ โดยเป้าหมายปี 2565 บริษัทจะมีสาขาประมาณ 20 แห่ง แบ่งเป็นสาขาที่ขยายด้วยตัวเอง 10 สาขา และแฟรนไซส์ 10 สาขา โดยสาขาที่ลงทุนเองใช้เวลา “ถึงจุดคุ้มทุน” ประมาณ 6-7 ปี ขณะที่สาขาแฟรนไซส์ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 3-4 ปี

สำหรับภาพรวมตลาด Self-Storage ปี 2562 บริษัทประเมินว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการขยายตัวของภาคอสังหาฯ ขณะที่ปัจจุบันตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยมีพื้นที่รวมอยู่ที่ประมาณ 15,000 ตร.ม. และคาดว่ามูลค่าตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยอีก 5 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 400,000 ตร.ม. ในปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ให้บริการอยู่ที่ประมาณ 2,500 ตร.ม. โดยตั้งเป้าจะมี “ส่วนแบ่งการตลาด” (มาร์เก็ตแชร์) อยู่ที่ระดับ 30%

“เราตั้งเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้า รายได้แตะ 80 ล้านบาท (ยังไม่รวมแฟรนไซส์) แต่หากรวมรายได้มีโอกาสเกิน 100 ล้านบาท”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดด้วยการเน้นการสื่อสารให้ “แบรนด์ i-Store” เป็นที่เชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภค พร้อมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับความคุ้มค่าของการเลือกใช้บริการเช่าพื้นที่เก็บของที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยสูง ตามสโลแกน “ของที่คุณรักต้องฝากกับเพื่อนที่รู้ใจ” โดยบริการของบริษัทมีทั้งหมด 4 บริการ

โดย i-Store ทำตลาดโดยเน้นฐานลูกค้ากลุ่มที่อาศัยในคอนโดในเมือง กลุ่มผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ออฟฟิศสำนักงานต่างๆ ซึ่งการเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงยอดขายในตลาด แต่ต้องการเป็นตัวช่วยให้คนเมืองได้มีพื้นที่ใช้สอยภายในที่พักอาศัยมากขึ้น ด้วยการเดินทางที่สะดวกใกล้รถไฟฟ้า BTS มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมของสถานที่มีระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ มีระบบป้องกันเพลิงไหม้ มีคีย์การ์ด เข้า-ออกอาคาร และใช้สแกนขึ้นลิฟต์ไปในชั้นของตัวเองได้เท่านั้น พร้อมควบคุมระบบแสงไฟ พัดลมระบายอากาศและเซ็นเซอร์ระบบไฟส่องสว่าง ผู้ใช้บริการสามารถเข้ามาเอาของได้ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ทุกวัน เพียงแค่มีคีย์การ์ดเพียงใบเดียว

สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจบริษัทต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการขยายสาขาในทำเลอื่นๆ ให้รองรับกับความต้องการของผู้พักอาศัยและธุรกิจทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ชลบุรี พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น

รวมทั้งทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าเมื่อมาใช้บริการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ สร้างคุณภาพในการให้บริการ และคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้า มุ่งเน้นความปลอดภัยในทรัพย์สินของลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถไว้ใจที่จะฝากของไว้กับบริษัท สร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บริษัท รับขนส่ง ย้ายบ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพ และแตกต่างกว่าคู่แข่ง เช่น ทำเลที่ตั้ง ระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในอาคาร นำเสนอการบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง ในด้านการให้บริการ Storage อย่างครบวงจร และมีบริการเสริมต่างๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

——————-

ผนึกดีเวลลอปเปอร์ รุกตลาดอสังหาฯ

“ภักดี อนิวรรตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด เล่าว่า ปัจจุบันยังขยายฐานผู้ใช้บริการโดยร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย i-Store ได้ร่วมมือกับ บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI ในการยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตเพื่อลูกบ้านแสนสิริให้สะดวกสบายขึ้นอีก

โดยสามารถเลือกใช้บริการของ i-Store ผ่าน Application HOME SERVICE 2.0 บน ฟีเจอร์ SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ในกลุ่ม MOVING บริการให้เช่าห้องเก็บของ (Self-Storage) และ กลุ่ม EASY LIVING บริการให้เช่าห้องเก็บไวน์ (Wine Storage) พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษที่เหนือกว่าให้กับลูกบ้านแสนสิริโดยเฉพาะ คาดว่าแคมเปญนี้จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกบ้านของแสนสิริ ที่ i-Store จะเป็นตัวช่วยให้ลูกบ้านมีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์เพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดรูปแบบและรายละเอียดในการลงทุน คาดว่าจะเริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ได้ภายในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มให้ข้อมูลกับผู้สนใจแล้วหลายราย โดยกลุ่มผู้สนใจมีทั้งที่มีความคุ้นเคยในธุรกิจพื้นที่เช่าอาคารสำนักงาน รวมถึงมีแหล่งเงินทุนพร้อมอยู่แล้ว และกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่มีประสบการณ์ แต่มี Asset และต้องการร่วมธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์

อีกทั้งบริษัทวางแผนเตรียมจะระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่าน LiVE platform ในการระดมทุนในรูปแบบ Crowdfunding และการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบเจรจาต่อรอง (Over The Counter: OTC) ซึ่งเป็นการซื้อขายที่เรียกว่าระบบนอกตลาด โดยเป็นการตกลงกันเองระหว่างผู้ลงทุนโดยชำระราคา และส่งมอบกันนอกระบบตลาด ทั้งนี้คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในภายในปีนี้

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : กรุงเทพธุรกิจ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/821385

04 Feb 2020
สตอเรจเอเชียเตรียมระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ใน 3- 5 ปีข้างหน้า ขยายธุรกิจบริการเช่าห้องเก็บของ-ทรัพย์สินทั้งในประเทศ-อาเซียน เจาะลูกค้าคอนโดมิเนียมใจกลางกรุง”

“สตอเรจเอเชียเตรียมระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ใน 3- 5 ปีข้างหน้า ขยายธุรกิจบริการเช่าห้องเก็บของ-ทรัพย์สินทั้งในประเทศ-อาเซียน เจาะลูกค้าคอนโดมิเนียมใจกลางกรุง”

คุณภักดี อนิวรรตน์ CEO and Founder บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ให้สัมภาษณ์กับทางเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 21 ตค 61

ขอขอบคุณคลิปวิดีโอจากเดลินิวส์

—————————————————

บริการ Self Storage จาก i-Store มีพื้นที่หลากหลายขนาดตั้งแต่ 0.5 ตรม – 18 ตรม เปิดให้บริการ 2 สาขา ที่สาขาสีลม และสาขาสุขุมวิท 24 สถานที่ใหม่และสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. เดินทางง่าย ใกล้รถไฟฟ้า BTS

—————————————————

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทรสาขาสีลม 062-595-3393

โทรสาขาสุขุมวิท 092-525-8293

www.i-store.co.th

LINE@ : @i-Store

E-mail : info@storage-asia.co.th

FB : i-Store Self Storage

30 Jan 2020
สัมภาษณ์สด คุณภักดี อนิวรรตน์ ในรายการวิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106

สัมภาษณ์สด คุณภักดี อนิวรรตน์ ในรายการวิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106 I 02-10-61

          คุณภักดี อนิวรรตน์ CEO and Founder บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ให้สัมภาษณ์สดในรายการวิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เกี่ยวกับธุรกิจให้บริการเช่าห้องเก็บของส่วนตัว ธุรกิจแนวใหม่ตอบโจทย์คนเมือง i-Store Self Storage สาขาสุขุมวิท 24 ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในเมืองหรือบริษัท ร้านค้า ที่ต้องการพื้นที่เก็บของเพิ่ม

https://www.youtube.com/embed/u8145CGHJpM
25 Jan 2020
รายการเพื่อนคู่คิด ตอน บริการเช่าห้องเก็บของ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด

ขอขอบคุณคลิปวิดีโอจากรายการ เพื่อนคู่คิด ออกอากาศเมื่อวันที่ 21-09-18

          ปัญหาหนึ่งของคนที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม คงหนีไม่พ้นเรื่องพื้นที่ที่มีจำกัด แต่ในขณะเดียวกันทรัพย์สินหรือของใช้ส่วนตัวกลับมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ปัญหาเหล่านี้เองจึงเป็นที่มาของ ‘I-Store’ ธุรกิจบริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สิน (Self-Storage) แบบ 24 ชั่วโมง ที่มีพื้นที่ให้เลือกหลากหลายขนาด ตั้งแต่ 0.5 ตารางเมตร ไปจนถึง 18 ตารางเมตรเลยล่ะค่ะ ใหญ่ขนาดที่รถยนต์ก็นำเข้าไปจอดได้อย่างสบาย แถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่คุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมง พ่วงด้วยกล้องวงจรปิดแทบทุกจุด

https://www.youtube.com/embed/S9-ozWH4GbI