ส่องเทรนด์ภาพรวมธุรกิจ

ส่องเทรนด์และ ภาพรวมธุรกิจ Self Storage ในเอเชีย (Asia) จากงาน SSAA 2023

คาดว่ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาจะชะลอตัว  อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง ต้นทุนหนี้จะยังคงอยู่ในระดับสูงเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อต่อไป การคาดการจากตัวเลขที่ออกมาสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจโลก ในภาคของอุตสาหกรรม Self Storage เมื่อเทรนด์การเติบโตของธุรกิจในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วถึงจุดอิ่มตัว จะเป็นโอกาสสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาได้หรือไม่ จากผลสำรวจของงาน  SSAA 2023 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดย Anirudha Ganguli, Senior Director, APEC Equity Advisory, JLL

ผลตอบแทนอัตราค่าเช่า Self Storage ส่งสัญญาณการเติบโตที่มั่นคงและเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะที่ประเทศเวียดนามและประเทศไทยที่มีอัตราของผลตอบแทนอัตราค่าเช่า Self Storage เพิ่มขึ้นที่เฉลี่ย 12% รองลงมาเป็นประเทศญี่ปุ่นที่ 9.1% มีค่าเฉลี่ยของ APAC เติบโตอยู่ที่ 5.6% ที่น่าสนใจคือประเทศไทยมีอัตรการเข้าใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศใน APAC ที่มีภาพรวมเฉลี่ยจากปี 2022 ที่ 77%  ลดลงเหลือ 75% แต่ประเทศไทยการเข้าใช้บริการจากปี 2023 ที่ 70% สูงขึ้นกว่าปี 2022 ที่ 65% โดยประเทศที่มีอัตรการเข้าใช้บริการลดลงมากที่สุดจะอยู่ที่ประเทศฮองกง เนื่องจากสภาวะทางการเมืองและการย้ายถิ่นฐานของคนในประเทศ โดยมีสัดส่วนการใช้บริการแบ่งเป็นลูกค้า 2 กลุ่ม คือ กลุ่มจัดเก็บเพื่อส่วนตัวและกลุ่มจัดเก็บเพื่อธุรกิจ โดยในส่วนของการจัดเก็บเพื่อส่วนตัวมีอัตราสูงขึ้นเล็กน้อยจากปี 2022 ที่ 29% เป็น 31% ในปี 2023 และการจัดเก็บเพื่อธุรกิจมีอัตรลดลงตามสัดส่วนที่ 71% เป็น 69%  ตามลำดับ

จำนวนผู้ประกอบการ Self Storage มีจำนวนผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้นจากปี 2022  ในประเทศญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 7 รายและประเทศจีน 8 ราย อันเนื่องมากการขยายตัวตัวของจำนวนประชากรและการรับรู้ของคนในท้องถิ่น ซึ่งจำนวนผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นมาจากผู้ประกอบการใน Local และการขยายฐานจากผู้ประกอบกิจการจากต่างประเทศ ในส่วนของประเทศอื่นๆ  มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างละ 3-5 ราย แต่ในขณะที่ประเทศไทย เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ มีจำนวนผู้ประกอบการเท่าเดิม  ค่าเฉลี่ยการเพิ่มขึ้นของขนาดพื้นที่ให้บริการ APAC เฉลี่ยอยู่ที่ 12.9k sf โดยที่ประเทสจีนมีขนาดพื้นที่เพิ่มมากที่สุดที่ขนาดเฉลี่ย 66.6k sf

เทรนด์ของความต้องการ Self Storage ในปี 2023 ยังคงต้องการจัดเก็บเพื่อส่วนตัวยังคงมีความต้องการเพิ่มจากความต้องการเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยให้กว้างขึ้น พื้นที่อยุ่อาศัยไม่เพียงพอต่อการอยู่อาศัยเนื่องจากต้นทุนของมูลค่าของราคาอสังหาเพิ่มมากขึ้น  รวมไปถึงเทรนด์ของการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและทัศนคติที่มีต่อการใช้พื้นที่อยู่อาศัยให้ก่อประโยชน์สูงสุด และการรับรู้ที่เพิ่มความตระหนักในการบริโภค เรียนรู้ที่จะใช้บริการ Self Storage เพื่อเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาดังกล่าว

17 Jun 2026
สตอเรจ เอเชีย จับมือ บลูเวล ปิดดีล KPNREIT เข้าลงทุนในโครงการ i-Store สุขุมวิท 71 มูลค่า 60 ล้านบาท สร้างรูปแบบการลงทุนใหม่ให้ธุรกิจ Self Storage เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด (มหาชน) (“Storage Asia” หรือ “i-Store”) และบริษัท บลูเวล แอสเซท จำกัด (“Blue Whale Asset”) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เคพีเอ็น (KPNREIT) ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกรรมการลงทุนในโครงการ i-Store Self Storage สาขาสุขุมวิท 71 โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ได้มีการโอนขายทรัพย์สินและจดทะเบียนสิทธิการเช่าโครงการเป็นที่เรียบร้อย คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 60 ล้านบาท

ภายใต้การลงทุนครั้งนี้ KPNREIT ได้เข้าลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของโครงการ i-Store สุขุมวิท 71 พร้อมเข้าซื้อทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยมีระยะเวลาสิทธิการเช่า 30 ปี นับจากวันจดทะเบียนสิทธิการเช่า เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวและเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุนของกองทรัสต์

โดยสาขาสุขุมวิท 71 คือสาขา 3 ของ i-Store ที่เปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2565 และสามารถสะสมอัตราการใช้บริการถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 1 ปีและสามารถรักษาระดับการใช้บริการไม่ต่ำกว่า 80% ได้อย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นสาขาที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง เพราะเป็นสามารถที่มีขนาดห้องให้บริการหลากหลายตั้งแต่ 0.72 – 25 ตารางเมตร ตอบโจทย์การจัดเก็บให้กับลูกค้าหลากหลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นลูกค้าบุคคลธรรมดา ลูกค้านิติบุคคล ชาวไทย และชาวต่างชาติ

ธุรกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรม Self Storage ไทย เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่สินทรัพย์จากธุรกิจ Self Storage ได้เข้าสู่โครงสร้างการลงทุนของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่สามารถสร้างผลตอบแทนและกระแสรายได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว

นอกจากนี้ การลงทุนครั้งนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ KPNREIT ในการขยายการลงทุนไปสู่สินทรัพย์ประเภทใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโต ขณะที่ Storage Asia จะสามารถนำเงินทุนที่ได้รับไปใช้ในการขยายสาขา พัฒนาโครงการใหม่ และต่อยอดการเติบโตของธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการ Self Storage ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน i-Store เป็นผู้ให้บริการ Self Storage ชั้นนำของประเทศไทย โดยมีสาขาให้บริการรวม 13 สาขาในกรุงเทพมหานคร และมีแผนขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับทั้งลูกค้าบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง

การลงทุนในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อศักยภาพของธุรกิจ Self Storage เท่านั้น แต่ยังถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาสินทรัพย์ในรูปแบบใหม่ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานมั่นคงเข้าสู่ตลาดทุน เพื่อนำเงินทุนกลับมาสร้างการเติบโตและขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

20 Mar 2020
i-Store เชี่อมั่นในแนวทางการลงทุน ESG เลือก อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 i-Store เชี่อมั่นในแนวทางการลงทุน ESG เลือก อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

          Storage Asia Co.,Ltd ผู้ให้บริการเช่าห้องเก็บของ รวมทั้ง Wine Storage ระดับพรีเมี่ยมของไทย แบรนด์ i-Store Self Storage  เล็งเห็นความสำคัญของการออมระยะยาวให้แก่พนักงาน เชื่อมั่นในแนวทางการลงทุน ตามมาตรฐานระดับสากล ผสมผสาน ESG เลือก อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด เป็นผู้บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

          โดยนายภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ถ่ายภาพคู่กับ นายโรเบิร์ต แพนโนลาซ่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางสิริกร สุวรรณโกสีย์ หัวหน้าฝ่ายลูกค้าสถาบันของ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) พร้อมส่งมอบสัญญาอย่างเป็นทางการเมื่อเร็ว ๆ นี้

15 Feb 2020
เปิดโกดังคุยกับ i-Store Self Storage ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่รู้ใจคนชอบเก็บ

เมื่อความแออัดของสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่ได้มีการจัดการอย่างเป็นระบบทำให้จำนวนพื้นที่ในการอยู่อาศัยลดน้อยลงและการใช้ชีวิตบนตึกสูงได้กลายมาเป็นวีถีใหม่ของคนเมือง แต่ถ้าหากลองนึกถึงพื้นที่ประเภทอสังหาริมทรัพย์ เราอาจนึกถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อย่างคอนโด บ้านจัดสรร สำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ขณะที่พื้นที่ในการจัดเก็บอย่างโกดังหรือพื้นที่ให้เช่าเก็บของก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่อาจมองข้ามสำหรับการใช้ชีวิตในวันนี้ด้วยเช่นกัน

          เราได้พูดคุยกับคุณภักดี อนิวรรตน์ CEO & Co-Founder ของ I-Store Self Storage ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อผู้ใช้งานและต่อพื้นที่ในสังคมอย่างยั่งยืน

จากปัญหาเรื่องพื้นที่สู่ธุรกิจรับฝากของ

          คุณภักดีเล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจ I-Store Self Storage ไว้ว่า เกิดจากความสนใจที่จะเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองที่ทำให้ได้มีโอกาสเข้าอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ รวมถึงได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ๆ ที่เป็นนักพัฒนาที่ดินจำนวนมาก จนมองเห็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างอาคารให้ซื้อหรือเช่าเพื่อการอยู่อาศัย แต่แนวคิดเรื่องการจัดเก็บ (Self Storage) ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ได้มาจากการไปดูงานของผู้ประกอบการต่างประเทศ ที่เขาริเริ่มและดำเนินธุรกิจประเภทนี้อยู่แล้ว

          “โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีหลากหลายรูปแบบ แต่ผมอยากทำธุรกิจที่มีรายได้แบบต่อเนื่อง ซึ่งก็มีหลายประเภท เช่น หอพัก อพาร์ตเมนต์ โรงแรม โกดัง หรือแม้แต่ศูนย์ข้อมูล (Data Center) แต่ตอนนั้นผมมองว่าธุรกิจที่เรียกว่า Self Storage เป็นธุรกิจที่ยังมีคนทำไม่ค่อยเยอะ คู่แข่งทางการค้าก็ยังมีน้อยราย รวมถึงสภาพสังคมไทยที่เป็นแบบสังคมเมือง (Urbanisation) มากขึ้น ทำให้มีโอกาสสูงที่คนเมืองที่จะเกิดปัญหาเรื่องพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงตอนนี้ผู้คนก็อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมกันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันที่อยู่อาศัยแบบนี้ก็มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ทำให้คนอาจต้องการพื้นที่สำหรับการเก็บของมากขึ้น จุดนี้ผมจึงคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ธุรกิจประเภทนี้จะสามารถเติบโตได้อีกมาก ถ้าเทียบกับในหลาย ๆ ประเทศในเอเชียอย่างเช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เป็นต้น แต่หากไปเทียบกับฝั่งอเมริกาหรือยุโรป เขาเริ่มทำธุรกิจประเภทนี้มาก่อนเราอาจจะหลายสิบปีมาแล้ว ซึ่งบางประเทศก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องพื้นที่ แต่ธุรกิจ Self Storage ก็ยังเติบโตขึ้นได้เรื่อย ๆ ”

บ้านหลังที่สามของข้าวของที่ทิ้งไม่ลง

          เมื่อคนย้ายเข้ามาอยู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมในเมือง พื้นที่ใช้สอยในการอยู่อาศัยก็มักจะแคบและจำกัด สวนทางกับกระแสทุนนิยมที่ผู้คนต่างบริโภคด้วยการจับจ่ายใช้สอยข้าวของอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะครอบครัวขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัยและก็มีความจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บสิ่งอุปโภคบริโภคให้เพียงพอกับสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว และเพราะ “การทิ้ง” อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกกรณี โดยเฉพาะของบางชิ้นที่มีคุณค่าทางจิตใจ หรือบรรดาของสะสมชิ้นโปรด ดังนั้นคนจำนวนมากจึงต้องการพื้นที่ในการเก็บสิ่งของเหล่านี้โดยที่ไม่ต้องสูญเสียพื้นที่ใช้สอยในการอยู่อาศัย และยังต้องการความมั่นใจว่าสิ่งของของเขาจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีโดยที่สามารถไปหยิบหามาใช้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

          “i-Store Self Storage เป็นบริการรู้ใจที่จะเข้ามาแก้ไขความขัดแย้งระหว่างความต้องการเก็บรักษาสิ่งของ กับปัญหาเรื่องพื้นที่ที่จำกัด โดยบริการของเราจะมีลักษณะเหมือนกับโกดังหรือคลังสินค้าขนาดเล็ก ที่สามารถเก็บของได้หลากหลายตามความต้องการของลูกค้า ถ้าลูกค้าต้องการเก็บของส่วนตัว เฟอร์นิเจอร์ สินค้า หรือแม้แต่ไวน์ ก็สามารถที่จะมาใช้บริการของเราเป็นพื้นที่ในการเก็บของแทนที่จะเก็บไว้ที่คอนโด ที่บ้าน หรือต้องไปเช่าโกดังขนาดใหญ่นอกเมือง” ปัจจุบัน i-Store Self Storage เปิดให้บริการ 2 สาขา คือ สาขาสีลม และสาขาสุขุมวิท 24 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใจกลางเมือง สามารถเดินทางมาได้สะดวก รวมถึงมีที่จอดรถไว้สำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการโดยเฉพาะ

          “เราไม่อยากให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนกับเราเป็นแค่สถานที่ที่ช่วยเขาเก็บรักษาข้าวของเท่านั้น แต่เราอยากให้ i-Store Self Storage เป็นเหมือนบ้านหลังที่สามของเขา โดยที่เขาสามารถจะเข้ามาจัดสรรพื้นที่ในการเก็บของได้ด้วยตนเอง สามารถเข้า-ออกพื้นที่ส่วนตัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนกับการนำของมาเก็บไว้ที่บ้าน ที่นี่เรามีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าของที่เขานำมาเก็บกับเรานั้นจะได้รับการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี”

รูปแบบการบริการที่หลากหลายและตอบโจทย์

          นอกจากที่ I-Store Self Storage ทั้ง 2 สาขา จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางมาเก็บและนำของออกไปได้อย่างสะดวกสบายทุกเมื่อที่ต้องการแล้ว ที่นี่ยังจัดแบ่งรูปแบบการให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างครบครัน โดยปัจจุบันได้แบ่งการบริการออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • Personal Storageสำหรับเก็บของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์กีฬา เครื่องดนตรี กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกา หรือแม้กระทั่งรถยนต์ ก็สามารถนำมาเก็บได้ตามความต้องการ
  • Business Storageส่วนใหญ่จะเหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเก็บของจำนวนมาก เช่น สินค้าหรือวัตถุดิบสำหรับธุรกิจ หรือธุรกิจสำนักงานที่ต้องการพื้นที่ในการเก็บข้าวของและอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ แม้แต่โรงเรียนหรือห้องสมุดที่นำหนังสือมาเก็บไว้ก็มี
  • Wine storageเหมาะกับลูกค้าที่ชื่นชอบรสชาติของไวน์ หรือต้องการมีห้องเก็บไวน์ (Wine Cellar) ที่อยู่ในเมือง ซึ่งสามารถนำมาเก็บหรือนำออกไปดื่มสังสรรค์ได้สะดวก แม้ว่าลูกค้าหลายคนที่มาใช้บริการห้องเก็บไวน์ของเราจะมีไวน์เซลล่าที่บ้านอยู่แล้ว แต่หลายคนก็มีปริมาณเยอะเป็นหลักร้อยถึงหลักพันขวด ก็อาจจะต้องแบ่งมาเก็บกับเรา นอกจากนี้สถานที่ตั้งของเราก็อยู่ใกล้ร้านอาหารและสถานที่จัดงานสังสรรค์ค่อนข้างเยอะ ทำให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกที่จะเก็บรักษาไวน์ไว้ที่นี่
  • ในส่วนของห้องเก็บไวน์ มียูนิตแยกที่เหมือนเซลล่าส่วนตัว และเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐานของห้องไวน์เซลล่า มีเครื่องควบคุมความชื้นและเครื่องสำรองไฟฟ้าที่มั่นใจได้ว่าไวน์ทุกขวดที่นำมาเก็บไว้กับเราจะถูกเก็บรักษาอย่างดี
  • Box Storage เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นมาให้กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเก็บของไม่เยอะมาก และชิ้นไม่ใหญ่มาก โดยบริษัทจะส่งกล่องขนาด 600x400x300 (mm) ให้ลูกค้าถึงบ้าน เพื่อให้ลูกค้าจัดเก็บข้าวของลงกล่องด้วยตนเอง จากนั้นจะมีพนักงานของเราไปรับกล่องมาเก็บไว้ที่สโตร์ของเรา โดยบริการนี้ลูกค้าสามารถดำเนินการไว้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่เรียกว่า i-Store go

อุ่นใจทุกเวลา เก็บรักษาพร้อมรับประกัน

          “เรามอบความสบายใจให้ลูกค้าให้มั่นใจได้ว่ามาเก็บของกับเราแล้วไม่สูญหายแน่นอน เพราะนอกจากจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม กล้องวงจรปิด และพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ภายในจะมีล็อกเกอร์หรือพื้นที่เก็บของที่ลูกค้าสามารถเลือกพื้นที่ได้ตามความเหมาะสมอีกทั้งยังเปิดให้ลูกค้าสามารถนำแม่กุญแจของตนเองมาล็อกเพื่อความสบายใจได้อีกชั้น รวมถึงคีย์การ์ดที่สามารถเข้าถึงชั้นเก็บของลูกค้าได้เท่านั้น ซึ่งลูกค้าสามารถมาเอาของออกไปหรือเข้ามาเก็บของได้ตลอดเวลา”

          “นอกจากนี้ทุกยูนิตเรายังมีประกันให้ในวงเงิน 20,000 บาท สำหรับมูลค่าสินค้าหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่ลูกค้าคิดว่าของที่จะนำมาเก็บมีมูลค่ามากกว่านั้น หรือไม่ต้องการความเสี่ยง ลูกค้าก็สามารถซื้อวงเงินประกันเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง โดย I-Store จะแนะนำตัวแทนประกันให้ติดต่อกันได้โดยตรง”

          กฎเกณฑ์การใช้งานที่ง่ายและสบายใจนี้ มีเงื่อนไขการใช้งานอยู่เพียงเล็กน้อย นั่นคือเกณฑ์ในการรับฝาก ที่นี่ห้ามฝากของที่ผิดกฎหมาย อาวุธ อาหาร หรือสิ่งมีชีวิต โดยที่ลูกค้าต้องลงลายมือชื่อยินยอมว่าจะไม่นำของจำพวกนี้มาเก็บโดยเด็ดขาด

อนาคตธุรกิจเมื่อ Vertical Living กลายเป็นวิถีชีวิตของคนเมือง

          ในอนาคตการอยู่อาศัยในแนวสูงจะได้รับความนิยมมากขึ้น แน่นอนว่าปัญหาเรื่องพื้นที่ที่จำกัดย่อมมีมากขึ้น และอาจส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจประเภทนี้ทั้งในแง่บวกและความท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ

          “เราตั้งเป้าไว้ว่า จะขยายสาขา 2 สาขาต่อปี ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งหัวเมืองและเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ เพราะเราต้องการขยายกลุ่มลูกค้าไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยเพิ่มด้วย

ส่วนกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการ “เก็บ” มากเท่าใดนัก ก็กลับเป็นความท้าทายที่ทำให้พบโอกาสบางอย่างที่จะสามารถนำพาธุรกิจเข้าไปเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความไม่อยากเก็บของพวกเขาได้เช่นกัน

          “ผมมองว่าคนรุ่นใหม่มักยอมจ่ายในสิ่งที่ให้ความสะดวกสบายกับเขา บริการ i-Store Go ที่มีลักษณะการให้บริการแบบเดลิเวอรีจึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ให้สามารถเลือกใช้บริการของเราได้สะดวกขึ้น โดยที่ลูกค้าสามารถจองและจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนผ่านทางเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง ด้วยค่าบริการ เริ่มต้นขั้นต่ำ 3 เดือน 700 บาท และหากเพิ่มระยะเวลาเช่ามากขึ้น ค่าบริการเฉลี่ยแต่ละเดือนก็จะถูกลงไปด้วย”

          “นอกจากนี้เรายังมองในส่วนของการสร้างแฟรนไชส์ และโมเดลการทำธุรกิจแบบแบ่งผลกำไร (Profit Sharing Model) สำหรับผู้ที่สนใจอยากลงทุนโดยใช้ชื่อแบรนด์ของเรา เพราะในบางพื้นที่เราไม่สามารถเข้าไปขยายเองได้หรือหากได้แต่อาจจะต้องใช้เวลานาน ส่วนการร่วมมือกันกับธุรกิจหรือคู่ค้าอื่น ๆ ปัจจุบันเราร่วมมือกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ นำบริการของเราไปเป็นสิทธิพิเศษ (Privilege) ให้กับลูกค้าของเขา เช่น มอบส่วนลด หรือโปรโมชันต่างๆ ซึ่งในระยะยาวก็อาจจะมีโครงการที่พัฒนาร่วมกัน มองว่าหากเราเข้าไปมีส่วนร่วมกับแบรนด์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ได้ จะทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เพิ่มขึ้น โดยที่เป็นลูกค้าที่มีความต้องการที่จะใช้บริการของเราจริง ๆ”

เรื่อง : มนันญา ใจมงคล และ จุฑาทิพย์ บัวเขียว I ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์

06 Feb 2020
รายการ Money360 i-Store Self Storage I บริการเช่าห้องเก็บของ

-Store Self Storage I บริการเช่าห้องเก็บของ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่มีพื้นที่จำกัด I รายการ Money360

ขอขอบคุณคลิปวิดีโอ จากรายการ Money 360

—————————————————

บริการ Self Storage จาก i-Store มีพื้นที่หลากหลายขนาดตั้งแต่ 0.5 ตรม – 18 ตรม เปิดให้บริการ 2 สาขา ที่สาขาสีลม และสาขาสุขุมวิท 24 สถานที่ใหม่และสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. เดินทางง่าย ใกล้รถไฟฟ้า BTS

—————————————————

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทรสาขาสีลม : 062-595-3393

โทรสาขาสุขุมวิท24 : 092-525-8293

www.i-store.co.th

LINE@ : @i-Store

E-mail : info@storage-asia.co.th

FB : i-Store Self Storage

06 Feb 2020
“Self-Storage” ธุรกิจดาวรุ่ง ตู้เซฟคนกรุง…!!

 เมื่อบริบทสังคมเปลี่ยน สอดคล้องพฤติกรรมคนเมืองนิยมอยู่คอนโดมากขึ้น แจ้งเกิดธุรกิจน้องใหม่ “Self-Storage” ห้องเก็บของส่วนตัว แก้ Pain Point ข้อจำกัดพื้นที่คนเมืองกรุง ที่ทุนน้อย-ใหญ่ โดดฮุบโอกาสธุรกิจนี้ !!

          “พื้นใช้สอยมีอย่างจำกัด!!” กำลังเป็นปัญหาสำหรับคนกรุง บ่งชี้ผ่าน “คนยุคใหม่” ที่นิยมเลือกที่อยู่อาศัยที่เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอันดับแรก หนีปัญหารถติด ตัวเลือกดังกล่าวหนีไม่พ้น “คอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมือง” ตามเส้นทางแนวรถไฟฟ้าหลากสาย

          ทว่าได้อย่าง-เสียอย่าง! เนื่องจากคอนโดกลางเมืองราคาแพงระยับ มักมากับข้อจำกัดของพื้นที่ใช้สอย ไม่เหลือพื้นที่ให้เก็บสิ่งของใช้สอยหรือของสะสม อาทิ รองเท้า ไวน์ เหล้า กระเป๋าแบรนด์เนม หรือแม้แต่รถหรู เป็นต้น

สถานการณ์ดังกล่าว ผลักดันให้เกิดธุรกิจน้องใหม่ เพื่อเข้ามา “แก้ปัญหา” (Pain Point) ให้กับคนเมืองกรุง นั่นคือ ธุรกิจ“บริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สิน”(Self-Storage) ตัวช่วยตอบสนองความต้องการของคนเมืองที่ต้องการพื้นที่เก็บสิ่งของเพิ่มขึ้น

ธุรกิจนี้เดิมคนไทยรู้จักในวงจำกัด ปัจจุบันกำลังแพร่หลาย เห็นได้จากผู้ประกอบการไทยหลายรายโดดมาเล่นในสนามนี้ เช่น บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD ร่วมทุนกับบริษัท Store It! Management จากประเทศสิงคโปร์ รุกธุรกิจ Self-Storage ในไทย โดยปัจจุบันได้เปิดให้บริการ Self-Storage แล้ว 2 สาขา

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรที่ครอบคลุมทั่วโลก ต่อมาได้ขยายธุรกิจมาเปิด LEO Self Storage ด้วยระบบ Smart Security & Key card ที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุด เข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ติดถนนพระราม 3 เป็นต้น

สอดคล้องกับ “ภักดี อนิวรรตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินระดับพรีเมียมของไทย เล่าให้กรุงเทพธุรกิจ BizWeek” ฟังว่า ในปี 2560 มีจำนวนผู้เล่นในธุรกิจ Self-Storage เพียง 5 ราย ผ่านมา 1 ปี พบว่ามีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมา “เป็น 11 ราย” ในพื้นที่ให้บริการ 15 โลเคชั่น ในกรุงเทพฯ รวมพัทยา , ภูเก็ต , อุดรธานี และหัวหิน โดยส่วนใหญ่จะให้บริการกับผู้ประกอบการต่างชาติ

เนื่องจากในต่างประเทศธุรกิจ Self-Storage เป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของโลกที่ประชากรพักอาศัยอยู่ในคอนโดในเขตเมืองที่มีพื้นที่จำกัด และมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่เก็บสิ่งของ

อย่างในสหรัฐอเมริกา พฤติกรรมคนอเมริกัน นิยมเปลี่ยนที่อยู่ปล่อย หรือ สไตล์ไม่นิยมเก็บสิ่งของไว้ในบ้านแม้จะพอมีพื้นที่ โดยเฉพาะสิ่งของที่ไม่จำเป็น หรือนานๆนำกลับมาใช้ที ส่วนประเทศที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เป็นต้น ทำให้หันมาให้ความสนใจใช้บริการธุรกิจนี้

เขายังบอกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรม Self-Storage เมืองไทยขยายตัวสูงอยู่ที่ 10% ขึ้นไป หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 2 แสนตารางเมตร แต่คาดว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า พื้นที่เช่าอาจจะเพิ่มเป็น 4 แสนตารางเมตร (เทียบกับประชากร 10 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร)

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สตอเรจ เอเชีย ย้อนให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ Self-Storage เกิดจากคำแนะนำของเพื่อนที่เป็นสถาปนิกที่อยู่แวดวงอสังหาฯมองเห็นโอกาสธุรกิจนี้ ที่สำคัญในขณะนั้นเมืองไทยยังแทบไม่มีผู้ประกอบทำธุรกิจนี้

“ผมลองเข้าไปศึกษาดูว่าธุรกิจนี้มีรูปแบบเป็นยังไง ลองเข้าไปเป็นลูกค้าใช้บริการ Self-Storage ในสิงคโปร์ ว่าขั้นตอนการทำธุรกิจเป็นแบบไหน ให้บริการลูกค้าแบบใดบ้าง คิดค่าบริการยังไง วิธีการเลือกโลเคชั่นแบบไหนถึงตรงกลุ่มเป้าหมาย และสิ่งที่อยากรู้คือทำไมคนถึงเลือกมาใช้บริการ Self-Storage”

เขา บอกว่า หลังจากเข้าไปศึกษา เห็นว่าในเมืองไทยธุรกิจ Self-Storage เป็นธุรกิจเพิ่มเริ่มต้น จึงตัดสินใจนำรูปแบบธุรกิจกลับมาปรับใช้ในไทย ผ่าน “ปัจจัยบวก” ในเรื่องของจำนวนคอนโดในกรุงเทพฯที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ประกอบกับคนรุ่นใหม่ๆ นิยมการเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น

“ราคาคอนโดที่แพงขึ้นมาก ยิ่งเฉพาะในเขตเมือง หรือ ในทำลทองจำนวนพื้นที่ใช้สอยในห้องก็ต้องลดลงเหลือแค่ 20-30 ตารางเมตร (ห้อง Studio) มองว่าพื้นที่แค่นี้ไม่น่าจะพอกับกับสิ่งของจำนวนมาก ยิ่งเฉพาะหากมีครอบครัวมีลูกด้วย ธุรกิจ Self-Storage จะเป็นตัวที่ไปแก้ pain point การใช้ชีวิตให้กับคนยุคใหม่ที่นิยมอาศัยอยู่ตามคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด”

ขณะที่อีกหนึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ “ลูกค้าต่างชาติ” ที่มาทำงานในไทย ที่อาจจำเป็นต้องย้ายสถานที่ทำงานบ่อยๆ เช่น ย้ายจากกรุงเทพฯ ไปพัทยา หรือ ย้ายจากกรุงเทพฯไปภูเก็ต ซึ่งลูกค้าดังกล่าวย่อมต้องการเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ประจำ ประกอบกับกลุ่มต่างชาติเขาเคยใช้บริการในธุรกิจ Self-Storage ในประเทศเขามาแล้ว จึงเคยชินและรู้จักธุรกิจเป็นอย่างดี โดยบริษัทกำลังโฟกัสไปยังลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น จากสัดส่วนปัจจุบันเกิน 50% แต่ว่าคนไทยอนาคตเชื่อว่ามีโอกาสที่จะมาเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของบริษัทได้เช่นกัน

ปัจจุบันลูกค้านิยมเก็บของ อาทิ ของใช้ส่วนตัว เฟอร์นิเจอร์ ของเล่นเด็ก ของสะสม และสินค้าออนไลน์ เป็นต้น

แม้ว่าธุรกิจ Self Storage จะเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในไทย แต่คนยุคใหม่ส่วนใหญ่ที่นิยมอาศัยอยู่ในคอนโด , อพาร์ทเม้นต์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องเช่าห้องเก็บของส่วนตัวไว้เพื่อลดปัญหาข้อจำกัดของพื้นที่เก็บของ ทำให้มองว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตได้อีกมาก เขาเชื่อมั่น

สำหรับ “สตอเรจ เอเชีย” ลักษณะธุรกิจแบ่งเป็น 4 แบบ ประกอบด้วย

1.บริการห้องเก็บของส่วนบุคคล (Personal Storage) หากคุณต้องการเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยด้วยการจัดเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้บ่อยครั้ง หรือกำลังจะเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย ให้ i-Store Self Storage เป็นตัวช่วยในการจัดการจัดเก็บสิ่งของเหล่านั้น ลูกค้าสามารถเก็บสิ่งของได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีขนาดห้องตั้งแต่ 0.5 ตร.ม. จนถึง 18 ตร.ม. ทำให้ลูกค้าเลือกขนาดห้องได้ตามความต้องการของลูกค้า

2.บริการห้องเก็บของสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (Business Storage) การจัดการพื้นที่จัดเก็บของ หรือสต็อกสินค้า สำหรับอาคารสำนักงานเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการเข้าถึงโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งเรื่องทำเล ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงสินค้า ต้องเดินทางสะดวก ทำเลที่ตั้งของ i-Store Self Storage ตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ BTS, MRT และ สามรารถเข้าออกได้ตลอด 24 ชม.

3.บริการห้องเก็บไวน์ (Wine Storage) ไวน์เป็นทรัพย์สินที่มีค่าและเป็นการลงทุนที่ต้องการการจัดเก็บที่เหมาะสมเพื่อให้ได้คุณค่าและคงรสชาติของไวน์ ที่ i-Store บริการเช่าพื้นที่เก็บของ เราเข้าใจถึงความสำคัญของการเก็บไวน์ที่ถูกต้อง ซึ่งห้องเก็บไวน์ของเราได้ออกแบบเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าไวน์ของคุณจะถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

4.BOX STORAGE (Box Storage) i-Store Go Box Storage คือบริการรับฝากกล่องเก็บของส่วนตัว โดยลูกค้าสามารถสั่งกล่องเพื่อบรรจุสิ่งของได้ผ่านทาง www.i-storego.com โดยจะมีเจ้าหน้าที่ i-Store Man นำกล่องสีน้ำเงินส่งให้ลูกค้าถึงบ้าน และเมื่อลูกค้าบรรจุสิ่งของลงในกล่องเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ i-Store Man จะนำกล่องมาเก็บไว้ใน Store อย่างปลอดภัย โดยมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

บริษัทมีสาขาและพื้นที่ให้บริการ มี 2 สาขา คือ สีลม และสุขุมวิท 24 ปัจจุบันอัตราการใช้พื้นที่เช่าของบริษัท แบ่งเป็นสีลมอยู่ที่ 60% และสุขุมวิท 24 เปิดมา 5 เดือน อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 40% โดยลูกค้าทำสัญญาเช่าส่วนใหญ่มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป

โดย มีอัตราค่าเช่าพื้นที่ แบ่งเป็น 1.บริการห้องเก็บของส่วนบุคคล เริ่มต้นที่ 900 บาทต่อเดือน สำหรับห้องขนาด 0.5 ตารางเมตร 2.บริการห้องเก็บของสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ เริ่มต้นที่ 1,500 บาทต่อเดือน สำหรับห้องขนาด 1 ตารางเมตร 3.บริการห้องเก็บไวน์ เริ่มต้นที่ 3,000 บาทต่อเดือน สำหรับห้องขนาด 1.5 ลูกบาศก์เมตร 4.BOX STORAGE 250 บาทต่อกล่องต่อเดือน

เขาบอกว่า ในแผนธุรกิจบริษัทตั้งเป้าขยายสาขาปีละ 3-4 แห่ง และขยายผ่านแฟรนไซส์ โดยเป้าหมายปี 2565 บริษัทจะมีสาขาประมาณ 20 แห่ง แบ่งเป็นสาขาที่ขยายด้วยตัวเอง 10 สาขา และแฟรนไซส์ 10 สาขา โดยสาขาที่ลงทุนเองใช้เวลา “ถึงจุดคุ้มทุน” ประมาณ 6-7 ปี ขณะที่สาขาแฟรนไซส์ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 3-4 ปี

สำหรับภาพรวมตลาด Self-Storage ปี 2562 บริษัทประเมินว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการขยายตัวของภาคอสังหาฯ ขณะที่ปัจจุบันตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยมีพื้นที่รวมอยู่ที่ประมาณ 15,000 ตร.ม. และคาดว่ามูลค่าตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยอีก 5 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 400,000 ตร.ม. ในปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ให้บริการอยู่ที่ประมาณ 2,500 ตร.ม. โดยตั้งเป้าจะมี “ส่วนแบ่งการตลาด” (มาร์เก็ตแชร์) อยู่ที่ระดับ 30%

“เราตั้งเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้า รายได้แตะ 80 ล้านบาท (ยังไม่รวมแฟรนไซส์) แต่หากรวมรายได้มีโอกาสเกิน 100 ล้านบาท”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดด้วยการเน้นการสื่อสารให้ “แบรนด์ i-Store” เป็นที่เชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภค พร้อมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับความคุ้มค่าของการเลือกใช้บริการเช่าพื้นที่เก็บของที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยสูง ตามสโลแกน “ของที่คุณรักต้องฝากกับเพื่อนที่รู้ใจ” โดยบริการของบริษัทมีทั้งหมด 4 บริการ

โดย i-Store ทำตลาดโดยเน้นฐานลูกค้ากลุ่มที่อาศัยในคอนโดในเมือง กลุ่มผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ออฟฟิศสำนักงานต่างๆ ซึ่งการเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงยอดขายในตลาด แต่ต้องการเป็นตัวช่วยให้คนเมืองได้มีพื้นที่ใช้สอยภายในที่พักอาศัยมากขึ้น ด้วยการเดินทางที่สะดวกใกล้รถไฟฟ้า BTS มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมของสถานที่มีระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ มีระบบป้องกันเพลิงไหม้ มีคีย์การ์ด เข้า-ออกอาคาร และใช้สแกนขึ้นลิฟต์ไปในชั้นของตัวเองได้เท่านั้น พร้อมควบคุมระบบแสงไฟ พัดลมระบายอากาศและเซ็นเซอร์ระบบไฟส่องสว่าง ผู้ใช้บริการสามารถเข้ามาเอาของได้ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ทุกวัน เพียงแค่มีคีย์การ์ดเพียงใบเดียว

สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจบริษัทต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการขยายสาขาในทำเลอื่นๆ ให้รองรับกับความต้องการของผู้พักอาศัยและธุรกิจทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ชลบุรี พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น

รวมทั้งทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าเมื่อมาใช้บริการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ สร้างคุณภาพในการให้บริการ และคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้า มุ่งเน้นความปลอดภัยในทรัพย์สินของลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถไว้ใจที่จะฝากของไว้กับบริษัท สร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บริษัท รับขนส่ง ย้ายบ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพ และแตกต่างกว่าคู่แข่ง เช่น ทำเลที่ตั้ง ระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในอาคาร นำเสนอการบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง ในด้านการให้บริการ Storage อย่างครบวงจร และมีบริการเสริมต่างๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

——————-

ผนึกดีเวลลอปเปอร์ รุกตลาดอสังหาฯ

“ภักดี อนิวรรตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด เล่าว่า ปัจจุบันยังขยายฐานผู้ใช้บริการโดยร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย i-Store ได้ร่วมมือกับ บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI ในการยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตเพื่อลูกบ้านแสนสิริให้สะดวกสบายขึ้นอีก

โดยสามารถเลือกใช้บริการของ i-Store ผ่าน Application HOME SERVICE 2.0 บน ฟีเจอร์ SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ในกลุ่ม MOVING บริการให้เช่าห้องเก็บของ (Self-Storage) และ กลุ่ม EASY LIVING บริการให้เช่าห้องเก็บไวน์ (Wine Storage) พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษที่เหนือกว่าให้กับลูกบ้านแสนสิริโดยเฉพาะ คาดว่าแคมเปญนี้จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกบ้านของแสนสิริ ที่ i-Store จะเป็นตัวช่วยให้ลูกบ้านมีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์เพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดรูปแบบและรายละเอียดในการลงทุน คาดว่าจะเริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ได้ภายในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มให้ข้อมูลกับผู้สนใจแล้วหลายราย โดยกลุ่มผู้สนใจมีทั้งที่มีความคุ้นเคยในธุรกิจพื้นที่เช่าอาคารสำนักงาน รวมถึงมีแหล่งเงินทุนพร้อมอยู่แล้ว และกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่มีประสบการณ์ แต่มี Asset และต้องการร่วมธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์

อีกทั้งบริษัทวางแผนเตรียมจะระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่าน LiVE platform ในการระดมทุนในรูปแบบ Crowdfunding และการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบเจรจาต่อรอง (Over The Counter: OTC) ซึ่งเป็นการซื้อขายที่เรียกว่าระบบนอกตลาด โดยเป็นการตกลงกันเองระหว่างผู้ลงทุนโดยชำระราคา และส่งมอบกันนอกระบบตลาด ทั้งนี้คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในภายในปีนี้

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : กรุงเทพธุรกิจ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/821385

04 Feb 2020
สตอเรจเอเชียเตรียมระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ใน 3- 5 ปีข้างหน้า ขยายธุรกิจบริการเช่าห้องเก็บของ-ทรัพย์สินทั้งในประเทศ-อาเซียน เจาะลูกค้าคอนโดมิเนียมใจกลางกรุง”

“สตอเรจเอเชียเตรียมระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ใน 3- 5 ปีข้างหน้า ขยายธุรกิจบริการเช่าห้องเก็บของ-ทรัพย์สินทั้งในประเทศ-อาเซียน เจาะลูกค้าคอนโดมิเนียมใจกลางกรุง”

คุณภักดี อนิวรรตน์ CEO and Founder บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ให้สัมภาษณ์กับทางเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 21 ตค 61

ขอขอบคุณคลิปวิดีโอจากเดลินิวส์

—————————————————

บริการ Self Storage จาก i-Store มีพื้นที่หลากหลายขนาดตั้งแต่ 0.5 ตรม – 18 ตรม เปิดให้บริการ 2 สาขา ที่สาขาสีลม และสาขาสุขุมวิท 24 สถานที่ใหม่และสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. เดินทางง่าย ใกล้รถไฟฟ้า BTS

—————————————————

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทรสาขาสีลม 062-595-3393

โทรสาขาสุขุมวิท 092-525-8293

www.i-store.co.th

LINE@ : @i-Store

E-mail : info@storage-asia.co.th

FB : i-Store Self Storage

30 Jan 2020
สัมภาษณ์สด คุณภักดี อนิวรรตน์ ในรายการวิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106

สัมภาษณ์สด คุณภักดี อนิวรรตน์ ในรายการวิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106 I 02-10-61

          คุณภักดี อนิวรรตน์ CEO and Founder บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ให้สัมภาษณ์สดในรายการวิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เกี่ยวกับธุรกิจให้บริการเช่าห้องเก็บของส่วนตัว ธุรกิจแนวใหม่ตอบโจทย์คนเมือง i-Store Self Storage สาขาสุขุมวิท 24 ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในเมืองหรือบริษัท ร้านค้า ที่ต้องการพื้นที่เก็บของเพิ่ม

https://www.youtube.com/embed/u8145CGHJpM
25 Jan 2020
รายการเพื่อนคู่คิด ตอน บริการเช่าห้องเก็บของ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด

ขอขอบคุณคลิปวิดีโอจากรายการ เพื่อนคู่คิด ออกอากาศเมื่อวันที่ 21-09-18

          ปัญหาหนึ่งของคนที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม คงหนีไม่พ้นเรื่องพื้นที่ที่มีจำกัด แต่ในขณะเดียวกันทรัพย์สินหรือของใช้ส่วนตัวกลับมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ปัญหาเหล่านี้เองจึงเป็นที่มาของ ‘I-Store’ ธุรกิจบริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สิน (Self-Storage) แบบ 24 ชั่วโมง ที่มีพื้นที่ให้เลือกหลากหลายขนาด ตั้งแต่ 0.5 ตารางเมตร ไปจนถึง 18 ตารางเมตรเลยล่ะค่ะ ใหญ่ขนาดที่รถยนต์ก็นำเข้าไปจอดได้อย่างสบาย แถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่คุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมง พ่วงด้วยกล้องวงจรปิดแทบทุกจุด

https://www.youtube.com/embed/S9-ozWH4GbI